ครั้งที่แล้วผมนำเสนอวธีการแต่งเพลงอย่างง่ายเอาไว้
ก็เลยรู้สึกว่าน่าเอาอย่างที่เป็นวิชาการมาให้อ่านกันด้วยเลยเกิดเป็นเอ็นทรี่นี้ขึ้น
---------------------
การแต่งเพลง (ส่วนหนึ่ง) ในปัจจุบัน ไม่เน้น รูปแบบ เช่นในอดีต ไม่ยึดถือ คำร้องที่มีฉันทลักษณ์ ไม่เน้น ทำนองที่มีจำนวนห้องที่แน่นอน บางคนทนฟังไม่ได้ถึงกับกระแนะกระแหนออกมาว่า ฟังนักเรียนท่องอาขยานยังเพราะกว่า
การแต่งเพลงตามหลักวิชา แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ทำนอง และ คำร้องซึ่งผมจะนำ หลักการแต่งทำนองเพลง ที่ อาจารย์แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง ดนตรีสากล พ.ศ. 2535 และ อาจารย์ตรอง ทิพยวัฒน์ สอนลูกศิษย์ นักเรียบเรียงเสียงประสาน ที่ โรงเรียนดนตรีสยามกลการ มาเล่าสู่กัน ณ ที่นี้
เพลงมาตรฐาน มี 4 ท่อน ท่อนละ 8 ห้อง ห้องละ 4 จังหวะ (1 ท่อน จึงมี 32 จังหวะ รวมทั้งเพลง 4 ท่อน ได้ 128 จังหวะ) ทำนอง ของ ท่อนที่ 1 2 และ 4 จะเหมือนกัน ยกเว้น ตอนท้ายของ ท่อนที่ 1 กับ ท่อนที่ 2 จะแตกต่างกันเล็กน้อย ส่วน ท่อนที่ 3 ที่เรียกกันว่า ท่อนแยก (Hook) จะเป็น ทำนองใหม่ แตกต่างจากท่อนที่ 1 2 และ 4
การเขียนทำนองเพลง ถ้ามีความรู้ทาง ทฤษฎีดนตรี (โน้ต และ คอร์ด) ก็จะทำได้ง่ายกว่าผู้ที่ไม่มีความรู้ในเรื่องเหล่านี้
วิธีที่ดีที่สุดในการเขียนทำนองเพลง ต้องเริ่มจาก การเขียน คอร์ด ให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ วางไว้ตามห้องเพลงในแต่ละท่อน จนครบทั้ง 4 ท่อน (ต้องมีการเรียนรู้จึงจะทำได้) แล้วนำ โน้ตดนตรี ในแต่ละ คอร์ด มาประติดประต่อเขียนขึ้นเป็น ทำนองเพลง โดยการเคาะคอร์ดที่กำหนดไว้แล้วนั้นกับ เปียโน หรือ ดีดกับ กีต้าร์ ด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ การเคาะในเที่ยวแรก ๆ อาจจะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อเคาะจังหวะตามคอร์ดที่กำหนดไว้ในจังหวะที่สม่ำเสมอหลาย ๆ เที่ยวเข้า ทำนองก็จะลอยมาเข้าสมองในที่สุด เมื่อได้ทำนองจนครบ 4 ท่อนแล้ว ก็นำไปใส่ คำร้อง ต่อไป ที่ว่า การเขียนทำนองเพลงวิธีนี้ดีที่สุด ก็เพราะว่า ทำนองเพลง และ เสียงประสาน ที่ได้จากวิธีการนี้ ( คอร์ด ทำนอง คำร้อง ) จะมีความไพเราะ
วิธีที่ดีรองลงมาในการเขียนทำนองเพลง คือ เขียน ทำนอง ขึ้นมาก่อน แล้วค่อยใส่ คอร์ดหรือ เขียน ทำนอง และ ใส่ คอร์ด ไปพร้อมกัน ก็ได้ แล้วค่อยนำไปใส่ คำร้อง การเขียนเพลงตามวิธีที่สองนี้ ( ทำนอง คอร์ด คำร้อง ) เสียงประสานจะด้อยกว่าวิธีแรก แต่ยังได้ทำนองเพลงที่ไพเราะ
วิธีสุดท้าย คือ นำ คำร้อง มาใส่ ทำนอง และ คอร์ด วิธีที่สามนี้ ( คำร้อง ทำนอง คอร์ด) จะหาความไพเราะจากทำนองเพลงได้ยาก (หลายเพลงก็ไพเราะดี) แต่ก็ยังนิยมทำกันทั้งในและต่างประเทศ เช่น เพลง สยามานุสสติ ฟังดนตรีเถิดชื่นใจ ความฝันอันสูงสุด เป็นต้น
ท่านที่ไม่มีความรู้ทาง ทฤษฏีดนตรี ก็ไม่ต้องท้อใจ ถ้าท่านเก่งทาง สำนวนภาษาก็ลองหัด แต่งคำร้อง ซีครับ การแต่งคำร้อง ไม่ยากจนเกินสติปัญญานักฟังเพลงชั้นเซียนหรอกครับ แต่ การแต่งคำร้อง จะต้องใช้เวลากลั่นกรองมากกว่า การแต่งทำนอง อยู่บ้าง
ทำนองเพลง อาจเขียนได้ภายในไม่กี่นาที แต่ คำร้อง อาจใช้เวลา เป็นวัน เป็นอาทิตย์ หรือ เป็นเดือน อย่าง เพลงขวัญใจศรีนครินทรฯ ของ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒใน พ.ศ. 2517 นั้น ใช้เวลาเขียนทำนองเพียง 10 นาที แต่ใช้เวลาเกลาคำร้องกว่า 3 อาทิตย์
การแต่งเพลง เป็นเรื่องของ พรสวรรค์ มากกว่า พรแสวง นักแต่งทำนองเพลงระดับบันทึกแผ่นเสียงหลายท่านอ่านโน้ตสากลไม่ได้ แต่เพลงของท่านก็ไพเราะติดหูคนฟังจนขึ้นหิ้งเป็นเพลงอมตะไปนับไม่ถ้วน
-------------------------
ผมยกมาบางส่วนจากงานเขียนของนายกอ ซึ่งถ้าทั้งอ่านหมดรู้ตัวอีกที่คงแก่ตายไปแล้ว
คงต้องใช้เวลานะครับที่จะทำให้เพลงหนึ่งเพลงสำเร็จขึ้นได้
ผมอยากให้คนที่ทำแผ่นผี mp3 มาอ่านมารับรู้ความลำบากจังเลย
เผื่อเขาจะกลับใจบ้าง
ป.ล.
แหมเอ็นทรี่นี้มีสาระดีจัง